รายที่2.... สามีของพี่สาวแฟน อายุประมาณ 50 ปีกว่าๆ
ไม่สบายเป็นโรคไทรอยค์ ไปหาหมอที่โรงพยาบาล.จ
ไปหาหมอรักษาไทรอยค์ เป็นประจำ เกือบปี วันหนึ่งหมอรักษาไทรอยด์
หมอประจำคนไข้จะไปต่างประเทศ 1 เดือน
จึงสั่งยาล่วงหน้ามา ให้ทาน 1 เดือน
ญาติรับยามา แต่ครั้งนี้ยาไม่เหมือนตัวเก่า
แต่ยังคงให้รับประทาน 3 มื้อ เช้า กลาง วันเย็น
ไม่เอะใจเลยสักนิด แรกทานก็หลับ ดีทั้งกลางวันกลางคืน
ทานไปทานมา กลายเป็น ไม่ยอมหลับยอมนอน
จนครบกำหนดตรวจ หมอกลับมาจากต่างประเทศ ไปเล่าอาการ
ให้หมอฟังว่าคนไข้ไม่ยอมหลับยอมนอน
และตัวยาที่ให้ไปไม่เหมือนตัวเก่าเลย
หมอถามว่ามียาเหลือหรือไม่ เอามาให้ดูซิ
บังเอิญมียาเหลือ ให้หมอดู
หมอตกใจมาก นั่นมันยานอนหลับ
หมอสอบหาหาสาเหตุว่าใครเป็นคนผิดแต่เรื่องก็เงียบไป
ไม่รู้ว่าตัวหมอเองสั่ง ผิด หรือว่า เภสัช ในห้องยาจัดยาผิด
หากหมอสั่งผิด แล้วทำไมเภสัช ไม่เอะใจว่า
ทำไมหมอสั่งยานอนหลับให้ทานทั้ง เช้า กลางวัน และ เย็น
หรือว่าเภสัชจัดผิดเอง หรือว่าหมอผิดเรื่องจึงเงียบ
ไม่ได้รับค่าชดใช้ใดใดทั้งสิ้น
(ผลของการกินยาผิดในครั้งนั้นคนไข้ สมองฝ่อ อาการเหมือนเด็ก1-2 ขวบ
ทานข้าวเองไม่เป็น เข้าห้องน้ำ ถอดกางเกงเอง ไม่ได้ ควบคุมตัวเองไม่ได้จำอะไรไม่ได้
เดินได้อย่างเดียวเหมือนเด็กๆ อายุ 1 -2 ขวบ ต้องคอยระวัง หากหลุดออกจากบ้าน
อาจกลับบ้านไม่ถูก เหมือนคนเป็น อัลไซเมอร์)
เป็นเพราะญาติของคนไข้ไม่สงสัยใจ และ
ไม่มีความรู้ในเรื่องยา และไม่ได้สังเกตุความผิดปรกติ
และหยุดยาในทันที หรือรีบพาไปหาหมอ
เมื่อเริ่มมีอาการผิดปรกติ เพราะรอหมอคนเดิมกลับจากต่างประเทศ
การรักษาโรคไทรอยค์ ต้องทานยาเป็น เวลา 2 ปีอย่างน้อยขาดไม่ได้
ญาติจึงให้ทานโดยไม่สงสัยเพราะเชื่อใจหมอ
เหตุการณ์นี้ใครผิด......หมอ เภสัช ญาติ หรือคนไข้เอง
ปัจจุบันคนไข้เสียชีวิตแล้ว...
ติดตามรายต่อไป... รายที่ 3
ปล.เรื่องราวทั้งหมด ไม่ได้เขียนเพื่อให้ร้ายใคร
เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีการระมัดระวังรอบคอบ และป้องกันในทุกๆฝ่าย
หมอดีๆ รักษา ให้คนไข้หาย และพ้นภัยก็มีมากในโรงพยาบาลแห่งนี้
สนใจเรื่องสุขภาพเอนทรี่ต่อไปคลิกด้านล่าง
2.การหมุนเวียนของพลังงานในร่างกาย
4.ใครผิด.???????.........ตอนที่1.
5.ใครผิด.???????.........ตอนที่2.
6.ใครผิด.???????.........ตอนที่3.
7.ใครผิด.???????.........ตอนที่4.
ทีนี้ก็มาดูเภสัชกรกรณีนี้อาจเกิดความผิดพลาดได้เยอะกว่าหมอด้วยซ้ำเพราะต้องนั่งแปรลายมือหมอ หากใช้คอมพิวเตอร์สั่งยาก็มีลักษณะเหมือนๆ กันหรือใกล้เคียงกันอีกทำให้โอกาสหยิบยาผิดมีสูงมาก ซึ่งเพื่อนที่เป็นเภสัชก็เคยพูดเรื่องนี้บ่อยๆ และมันก็ไม่รับโปรเจครณรงค์ในเรื่องยาที่มีลักษณะคล้ายกันมากๆ อยู่ด้วยครับ...