รายที่ 3เป็นพ่อของสามีข้าพเจ้า ท่าน อายุ 92 ปี
สุขภาพแข็งแรงมาก เดินได้ ทานอาหารได้ ความจำดี
กุญแจของลูกๆ กี่บ้านจำได้หมด ชื่อลูกหลาน จำได้หมด
ไม่มีโรคเบาหวาน หรือหัวใจเป็นคนชราธรรมดาๆทั่วไป
แต่คืนวันหนึ่ง
มีอาการปวดปัสสาวะไม่ออก ตอน 3 ทุ่ม
สามีของข้าพเจ้าและเด็กดูแลพาไปโรงพยาบาล ธ.....
ได้ทันท่วงที เพราะเป็นช่วงเวลา ที่การจราจรไม่ติดขัด
ในขณะนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่บ้านไปทำธุระที่ต่างจังหวัด
และก่อนไปได้สั่งสามีไว้ว่า หากพ่อไม่สบายอะไร
ให้ส่งโรงพยาบาล เพราะท่านอายุมากแล้ว
และให้ท่านนอนโรงพยาบาล อย่าให้กลับบ้าน หมอจะได้ดูแล
จนกว่าจะปลอดภัยแล้วค่อยกลับ
แต่ปรากฏว่าสวนปัสสาวะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หมออยากให้แอดมิท แต่คนไข้อยากกลับบ้าน
หมอตามใจคนไข้ ปล่อยให้กลับบ้าน
ทำไมหมอไม่อธิบายว่า อาจเกิดปัสสาวะไม่ออกอีก
ยิ่งอายุมากขนาดนั้น
มีแนวโน้มต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
หมอไม่รู้หรือว่ามันต้องเกิดอีก
ตามใจคนไข้ได้อย่างไร วิชาที่เรียนมาไม่ช่วยให้หมอคิดเลยหรือ
กลับมาบ้านนอนไม่มีอะไร
รุ่งเช้า7 โมงกว่าพ่อตื่นมา ปัสสาวะไม่ออกอีก
รีบพาไปส่งโรงพยาบาลเดิม แต่การจราจรติดมาก กว่าจะถึงโรงพยาบาล
คนไข้ช็อคก่อนถึงโรงพยาบาล
น้ำท่วมปอด ท่วมหัวใจ ผลสรุป คนไข้อยู่ในมือหมออีกครั้งก็สายเกินไป
ต้องใช้เครื่องช่วยหลายอย่าง ไม่ถึงอาทิตย์..พ่อก็.เสียชีวิต..
งานนี้ใคร ผิด ...... ญาติ หมอ พยาบาล และคนไข้เอง หรือการจราจร
สิ่งเล็กๆน้อย ๆหมอไม่น่ามองข้าม
ควรให้เหตุผล และคำแนะนำที่ถูกต้องกับคนไข้และญาติ
(สามีของข้าพเจ้าไม่มีความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ
หากข้าพเจ้าอยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น ข้าพเจ้าไม่ให้พ่อกลับบ้านแน่นอน)
เพราะทุกคนไว้วางใจในคำว่าหมอ และเชื่อใจหมอ
ทำไมหมอไม่ทำไม่บังคับ รวมทั้งพยาบาลในเหตุการณ์นั้นด้วย
ทำไมไม่อธิบาย และให้เหตุผล
เขียนมาไม่ได้ต้องการ ตำหนิ เพราะมันผ่านไปแล้วแต่เขียนเพื่อเป็นความรู้
และบทเรียนสำหรับคนรุ่นหลัง ไม่ว่าหมอพยาบาล และญาติ
ปล.ปัจจุบันครอบครัวของข้าพเจ้ายังคงใช้บริการที่โรงพยาบาล.ธ
เพราะใกล้บ้าน
สนใจเรื่องสุขภาพเอนทรี่ต่อไปคลิกด้านล่าง
2.การหมุนเวียนของพลังงานในร่างกาย
4.ใครผิด.???????.........ตอนที่1.
5.ใครผิด.???????.........ตอนที่2.