ปราสาทตาพรหม สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ประมาณปี พ.ศ. 1729 เพื่อถวายให้กับ
พระมารดา ของพระองค์ เป็นศาสนสถานที่ประดิษฐานเทวรูปของพระนางปรัชญาปารมิตา
เป็นเทพธิดาแห่ง ความเฉลียวฉลาด และเป็นมารดาของพระพุทธเจ้า
จุดเด่นของที่นี่คือต้นสะปง ที่ขึ้นปกคลุมโบราณสถาน มาเป็นเวลานาน
งดบรรยายให้ดูความยิ่งใหญ่อลังการกันไปอย่างเงียบๆ......พร้อมเพลงประกอบจะดังจะค่อยู่ที่ท่านผู้ชมละคะ
บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยไม้ใหญ่อายุเป็นร้อยๆปี
ดูภายนอกมึนทึนน่ากลัวคะ ..แต่ไปตอนเช้าจึงไม่กลัว แต่หากมาตอนตะวันโพล้เพล้ละก็..หุหุ
ขอบคุณรากต้นสะปงที่ช่วยห่อหุ้มพระพุทธรูปไว้..มิเช่นนั้น ป่านนี้เศียรคงหายไปแล้วละคะ
ให้ดูบรรยากาศรอบๆปราสาท.. ชอบต้นไม้อ่ะคะ ซากปรักหักพังก็น่าชมคะ
ร่มรื่นย์ และรื่นรมณ์ อยากอยู่นานๆจัง....
ต้นสะปงขึ้นอยู่บนหลังคาปราสาท มีการสันนิฐานกันว่า เพราะต้นสะปงนี่แหละที่ทำให้ปราสาทนี้ยังคงสะภาพ
ของปราสาทที่เหลือไว้ได้ อีกนัยหนึ่งต้นสะปงนี่แหละ รากของมันทำให้ปราสาทพัง ..ตกลงเอาไงแน่จ๊ะ
รากของต้นสะปง รุกรานอย่างสวยงาม
ร่องรอยของความงดงามอลังการของปราสาทยังมีให้ชมอีกมาก ต้องมาดูด้วยตาตนเอง
ใหญ่อลังการแค่ไหนชมๆกันเอาเองนะคะ ( รากต้นสะปงนะคะ)
นี่ก็อีกต้นหนึ่ง มีทั่วบริเวณปราสาทเลยละคะ สะภาพของต้นสะปงยึดปราสาท
อีกมุมหนึ่งของปราสาท
ช่องทางเดินภายในปราสาท ชอบมากๆได้มุดไปมุดมา หากได้เล่นซ่อนหาคงสนุกมากมายทีเดียว
อันนี้ให้ดูภาพทางขวามือสุด มีภาพแกะสลักด้วยนะคะ
ขยายให้ใหญ่ขึ้น สวยไหมคะ ภาพแกะสลักบนกำแพงหินคะ
นี่ละสะภาพปรักหักพัง แต่ไม่ต้องกลัวกำลังบูรณะอยู่อะคะ
สังเกตุนางอับสรที่นี่ จะอ้วนๆไปสักหน่อย....แต่หากอยากดูนางอับสรที่สวยงาม ต้องรอดูเอนทรี่ต่อไปคะ
จุดนี้เป็นจุดที่สวยงาม สมบูรณ์มากๆอีกจุดหนึ่ง ..ภาพสวยงามที่เก็บมาฝากไม่ได้ 1ใน 10 ของๆจริงเลยนะคะ
ภาพนี้ให้ดูรากของต้นสะปงนะคะ..(เจ้.... ภาพเสียหายหมด)
นี่ก็อีกต้นหนึ่ง
ปราสาทพังทลายลงมา แต่ทุกชิ้นส่วนเจ้าหน้าที่กำลังจัดเรียงให้คืนสู่สะภาพเดิมให้มากที่สุด
ชอบบรรยากาศและสะภาพ ณ ปัจจุบันที่เห็นมากๆ แต่หากไปชมอีก 5 ปี ข้างหน้าเขาคงจะบูรณะ
จนความเป็นธรรมชาติหายไป เพราะฝีมือคนยุคใหม่โดยเฉพาะของชาวเขมรเองไม่งดงามเท่าอดีต
นางอับสร ที่ปราสาทตาพรหม รู้สึกจะอ้วนท้วนสมบูรณ์จัง...
ถ่ายจากที่สูงปีนขึ้นไปชั้นบนๆ เป็นที่สนุกสนานจริงๆ (อย่าลืมคนเกิดปีลิงหากไป...คงไม่ผิดหวัง)
***สังเกตุนะคะว่านางอัสร เวลายิ้มจะไม่เห็นฟัน และนุ่งผ้าถุง ในมือจะถือดอกบัว
สีดำๆที่เห็นในช่องของต้นไม้ที่แตกนั้นเป็นยางของต้นไม้ สามารถจุดไฟติดได้ สมัยก่อนคงใช้เป็นเชื้อเพลิง
ในการจุดคบเพลิง ให้เกิดแสงสว่างแทนการใช้น้ำมันอย่างปัจจุบัน
หมายเหตุ..พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงสร้างปราสาทตาพรหมให้เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มากมีพระสงฆ์
และข้าวัดจำนวนหลายหมื่นคน หลังจากสิ้นสุดยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์องค์ต่อๆมาหัน
กลับมานับถือศาสนาฮินดูดังเดิม จะสังเกตุได้จากรูปพระโพธิสัตว์ได้ถูกทำลายไป
บางรูปถูกเปลี่ยนเป็นเป็นศิวลึงค์ ซึ่งเป็นสัญญาลักษณ์ของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย
ปล. ทุกๆปราสาทที่เข้าชมจะยิ่งใหญ่อลังการมากๆ ใครใคร่ไปชมให้รีบไปก่อนที่ความสะดวกสบาย
ความเจริญจะเข้าไปถึง ความพลุกพล่านอลหม่านในการชมก็จะเกิดขึ้น แย่งกินแย่งเที่ยวแย่งกันชม
แล้วความสุขในการเที่ยวชมก็จะหายไป
คลิกหัวข้อข้างล่างเพื่อชมเอนทรี่ต่อไป
1.พาชมปราสาทบันทายสรี (นครวัด-นครธม) ประเทศกัมพูชา ตอนที่ 1
2.พาชมปราสาทตาพรหม(นครวัด-นครธม)ประเทศกัมพูชา ตอนที่ 2
3.พาชมปราสาทบายน(นครวัด-นครธม)ประเทศกัมพูชา ตอนที่ 3
4.ปราสาทนครวัด เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ตอนที่ 4
แต่ภาพนี้สวยมากเจ้าคะ